เว็บไซต์อยู่ระหว่างการจัดทำหรือทดลองระบบ — ข้อมูล ภาพ และรายละเอียดบางส่วนอาจยังไม่ครบถ้วนหรืออยู่ระหว่างปรับปรุง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ และจะทยอยเพิ่มเติมให้สมบูรณ์โดยเร็ว — เอกสยาม ชัยศร

ทะเลตรัง · เช้าไปเย็นกลับ

ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง
เส้นทาง ฤดูกาล ค่าเข้าอุทยาน และการเลือกผู้ประกอบการ

ถ้ำมรกตบนเกาะมุก หาดทรายของเกาะกระดาน และแนวปะการังน้ำตื้นรอบเกาะเล็ก รวบรวมจากแหล่งของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ตัดสินใจได้ก่อนวางมัดจำ

ปรับปรุงล่าสุด · โดย เอกสยาม ชัยศร

ดาวน์โหลดบทความฉบับ PDF

สาระสำคัญของหน้านี้

  • ชุดเกาะไม่ตายตัว ททท. อธิบายเส้นทางทะเลตรังว่า เกาะมุก (ถ้ำมรกต) เกาะกระดาน เกาะเชือก และเกาะไหง ส่วนผู้ประกอบการจำนวนมากใช้เกาะแหวนแทนเกาะไหง[1]
  • เขตอุทยาน เกาะมุกและเกาะกระดานอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ส่วนเกาะไหงอยู่ในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่[2][6]
  • ค่าเข้าอุทยาน ชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ตามระเบียบกรมอุทยานฯ พ.ศ. 2564[9]
  • ถ้ำมรกต ต้องลอยตัวเป็นกลุ่มผ่านโพรงมืดราว 80 เมตร จึงถึงหาดทรายด้านใน[1]
  • ฤดูกาล อุทยานปิดแหล่งท่องเที่ยวกลางทะเลเป็นรายปีช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ช่วงที่ ททท. แนะนำคือพฤศจิกายนถึงเมษายน[10][19]
  • ใบอนุญาต ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องได้รับใบอนุญาต และต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตในเอกสารโฆษณารายการนำเที่ยว[14]
  • ครีมกันแดด ห้ามนำผลิตภัณฑ์ที่มีสารทำลายปะการัง 4 ชนิดเข้าอุทยานแห่งชาติ ตามประกาศกรมอุทยานฯ ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2564[12]

ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง คือทริปเรือวันเดียวในทะเลตรัง ออกจากท่าเทียบเรือปากเมงหรือท่าเรืออื่นของจังหวัด แวะถ้ำมรกตบนเกาะมุก เกาะกระดาน และเกาะเล็กใกล้เคียงอีกสองแห่ง ซึ่งแต่ละผู้ประกอบการจัดชุดเกาะต่างกัน หน้านี้อธิบายเส้นทาง ฤดูกาล ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และวิธีตรวจใบอนุญาตจากแหล่งของหน่วยงานรัฐ

สารบัญ
  1. ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง แวะเกาะใดบ้าง
  2. เกาะในเส้นทางกับเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม
  3. ถ้ำมรกต เกาะมุก: การเข้าชมและการเตรียมตัว
  4. เกาะกระดาน: หาดทรายและแนวปะการังของอุทยาน
  5. เกาะเชือก เกาะแหวน และการดำน้ำตื้นในแนวปะการัง
  6. ท่าเรือออกทัวร์และระยะทางจากตัวเมืองตรัง
  7. เรือหางยาวกับเรือเร็ว: เวลาเดินทางและความเหมาะสม
  8. ฤดูกาลและช่วงปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล
  9. ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติและองค์ประกอบของราคาทัวร์
  10. ตรวจใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนจอง
  11. ข้อปฏิบัติในเขตอุทยานและการรักษาแนวปะการัง
  12. ความปลอดภัยบนเรือและรายการตรวจก่อนวันเดินทาง
  13. ผู้ประกอบการทัวร์เรือที่ลงประกาศกับ LOVETRANG.COM
  14. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทัวร์ 4 เกาะ ตรัง

ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง แวะเกาะใดบ้าง

ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง คือชื่อที่ผู้ประกอบการใช้เรียกทริปเรือแบบเช้าไปเย็นกลับในทะเลตรัง ไม่ใช่เส้นทางที่หน่วยงานรัฐกำหนดไว้ตายตัว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอธิบายเส้นทางหมู่เกาะในทะเลตรังว่า เกาะมุก (ถ้ำมรกต) เกาะกระดาน เกาะเชือก และเกาะไหง ซึ่งนักท่องเที่ยวซื้อหรือจองแพ็กเกจได้จากบริษัทนำเที่ยว[1]

หน้าภาษาอังกฤษของ ททท. เรียกชุดเดียวกันว่าการดำน้ำสี่เกาะของจังหวัดตรัง คือ เกาะไหง เกาะเชือก เกาะกระดาน และเกาะมุก[4] ขณะที่โปรแกรมของผู้ประกอบการจำนวนมากใช้เกาะแหวนแทนเกาะไหง ชุดหลังนี้ทุกเกาะอยู่ในเขตจังหวัดตรัง ส่วนชุดที่รวมเกาะไหงข้ามเขตจังหวัดไปยังเกาะที่อยู่ในอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่[6] ชื่อทัวร์ที่เหมือนกันจึงอาจหมายถึงเส้นทางและระยะเวลาบนเรือที่ต่างกัน

ก่อนเปรียบเทียบราคา ควรได้คำตอบสามข้อจากผู้ประกอบการ คือ ชุดเกาะของโปรแกรมนั้นคือเกาะใด แวะขึ้นฝั่งหรือดำน้ำตื้นที่จุดใด และเข้าถ้ำมรกตในช่วงเวลาใดของวัน คำตอบเหล่านี้กำหนดทั้งเวลาที่อยู่บนเรือ ค่าเข้าอุทยานที่ต้องชำระ และสิ่งที่ได้เห็นจริงในวันนั้น การเทียบราคาโดยไม่ทราบชุดเกาะจึงเป็นการเทียบบริการคนละรายการ ตารางด้านล่างสรุปเกาะที่พบบ่อยในโปรแกรม พร้อมหน่วยงานที่ดูแลตามแหล่งของหน่วยงานรัฐ

เกาะที่พบบ่อยในโปรแกรมทัวร์ 4 เกาะ ตรัง (ข้อมูลจากแหล่งในเชิงอรรถ)
เกาะที่ตั้งหน่วยงานที่ดูแลจุดเด่นตามแหล่งทางการ
เกาะมุก (ถ้ำมรกต)ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง[5]อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม[2]ถ้ำทะเลที่ต้องลอยตัวผ่านโพรงมืดเข้าไปถึงหาดทรายด้านใน[1]
เกาะกระดานจังหวัดตรัง ทางตะวันตกของเกาะมุก[1]อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม (หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ จม. 3)[1][2]หาดทรายขาวละเอียด แนวปะการังและกัลปังหาตลอดชายฝั่ง[1]
เกาะเชือกจังหวัดตรังป่าหินปูนในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม[1]แหล่งแนวปะการังสำคัญของทะเลตรัง[7]
เกาะแหวนจังหวัดตรังป่าหินปูนในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม[1]แหล่งแนวปะการังสำคัญของทะเลตรัง[7]
เกาะไหงตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่[6]ทะเบียนเกาะของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุอุทยานแห่งชาติในเขตเกาะลันตา[6]อยู่ในเส้นทางทะเลตรังตามคำอธิบายของ ททท.[1]

เกาะในเส้นทางกับเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

เกาะมุกและเกาะกระดานอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อุทยานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่สองอำเภอ คือ อำเภอกันตังและอำเภอสิเกา ประกอบด้วยป่าหินปูนบนเกาะมุก เกาะเชือก และเกาะแหวน ป่าชายเลนตลอดแนวจากหาดปากเมงถึงหาดเจ้าไหม และแหล่งหญ้าทะเล ชายฝั่งยาวประมาณ 20 กิโลเมตร[1][2]

การขึ้นเกาะหรือดำน้ำในเขตนี้จึงเป็นการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ผลในทางปฏิบัติมีสามเรื่อง คือ ผู้เข้าอุทยานต้องชำระค่าบริการตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช[9] ต้องปฏิบัติตามข้อห้ามของกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ[11][13] และต้องติดตามประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวที่หัวหน้าอุทยานออกเป็นรายปีหรือเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน[11] ทั้งสามเรื่องอธิบายแยกไว้ในหัวข้อถัดไปของหน้านี้

ภาพรวมของทะเลตรังจากทะเบียนเกาะของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คือ จังหวัดตรังมีเกาะ 54 เกาะ พื้นที่รวม 75.312 ตารางกิโลเมตร เกาะมุกมีพื้นที่ 7.688 ตารางกิโลเมตร และหน่วยงานที่ดูแลเกาะแบ่งเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา[5] ส่วนเกาะไหง เกาะม้า และเกาะรอก ซึ่งบางโปรแกรมรวมไว้ในทริปจากตรัง ทะเบียนเดียวกันของจังหวัดกระบี่ระบุว่าอยู่ในอำเภอเกาะลันตา[6] ระเบียบค่าบริการจัดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาไว้ในกลุ่มอัตราเดียวกับหาดเจ้าไหม[9] จึงควรถามผู้ประกอบการว่าราคาที่เสนอรวมค่าเข้าอุทยานของทุกจุดที่แวะแล้วหรือไม่

ผู้ที่ยังลังเลระหว่างการไปเช้าเย็นกลับกับการค้างบนเกาะ หน้าเกาะมุก หรือ เกาะกระดาน เทียบบรรยากาศและกลุ่มผู้เดินทางที่เหมาะกับแต่ละเกาะไว้แล้ว ส่วนภาพรวมของการเที่ยวทั้งจังหวัดอยู่ในหน้าเที่ยวตรัง

ถ้ำมรกต เกาะมุก: การเข้าชมและการเตรียมตัว

ถ้ำมรกตตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะมุก ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอธิบายว่าการเข้าชมต้องลอยตัวเป็นกลุ่มจากปากถ้ำผ่านความมืดระยะทาง 80 เมตร ด้านในเป็นโพรงขนาดใหญ่ มีหาดทรายขาวล้อมด้วยหน้าผาสูงชันและมีแสงส่องลงมา ถ้ำมรกตจึงเป็นจุดที่ต้องเตรียมตัวมากที่สุดของทริป[1]

หน้าภาษาอังกฤษของ ททท. ระบุว่าการเข้าถ้ำต้องลอยตัวผ่านช่องแคบ เพราะเรือขนาดเล็กผ่านเข้าไปไม่ได้ และแนะนำให้เข้าชมพร้อมผู้นำทางท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการนำเที่ยวเพื่อความปลอดภัย[2] ช่วงที่มืดสนิทคือระหว่างปากถ้ำกับโพรงด้านใน ผู้เดินทางจึงควรเกาะกลุ่มตามผู้นำทาง สวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา และแจ้งผู้นำทางก่อนลงน้ำหากว่ายน้ำไม่แข็งหรือไม่คุ้นกับที่มืด

เวลาที่เข้าถ้ำได้ขึ้นกับสภาพน้ำและคลื่นในวันนั้น ซึ่งผู้นำทางท้องถิ่นเป็นผู้ประเมิน โปรแกรมที่แวะถ้ำมรกตจึงอาจสลับลำดับเกาะจากที่ประกาศไว้ เรื่องที่ควรถามก่อนจองคือ ผู้ประกอบการจัดผู้นำทางลงน้ำไปด้วยหรือไม่ และมีเสื้อชูชีพขนาดเด็กหรือไม่ ผู้เดินทางที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาจเลือกรอบนเรือ และชมโพรงด้านในจากภาพหรือคำบอกเล่าของผู้นำทาง

ฝั่งตะวันออกของเกาะมุกเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีที่พักหลายระดับ ผู้ที่ต้องการเข้าถ้ำในวันที่เงียบกว่ารอบทัวร์จึงอาจเลือกค้างบนเกาะ ทำเลและวิธีเลือกที่พักบนเกาะอยู่ในหน้าที่พัก ตรัง หัวข้อที่พักบนเกาะ

เกาะกระดาน: หาดทรายและแนวปะการังของอุทยาน

เกาะกระดานตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะมุก เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม (จม. 3) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่ารอบเกาะมีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด และแนวปะการังกับกัลปังหาเป็นแนวยาวตลอดชายฝั่ง จึงเป็นแหล่งดำน้ำตื้นดูปะการังที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง[1]

เกาะกระดานเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังเว็บไซต์ World Beach Guide ของอังกฤษจัดให้เป็นอันดับ 1 ในรายการ Top 100 Beaches on Earth (หาดที่ดีที่สุด 100 แห่งของโลก) ประจำปี 2023 ตามที่เว็บไซต์ THAILAND.GO.TH ของรัฐบาลไทยรายงาน[8] อันดับนี้เป็นการจัดของเว็บไซต์เอกชนในปี 2023 ไม่ใช่อันดับประจำปีปัจจุบัน และไม่ใช่การรับรองของหน่วยงานรัฐ แต่สะท้อนว่าหาดทรายด้านตะวันออกของเกาะเป็นจุดที่ผู้มาเยือนตั้งใจมาให้ถึง

ททท. ระบุว่าการเหมาเรือหางยาวจากท่าเรือปากเมงไปเกาะกระดานใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 30 นาที และเรือเร็วราว 30 นาที[3] ในทัวร์ 4 เกาะ เกาะกระดานมักเป็นจุดแวะพักกินอาหารกลางวันหรือเล่นน้ำที่หาด ส่วนผู้ที่ต้องการเวลาบนหาดทั้งวัน ททท. แนะนำให้พักหลายคืนเพื่อใช้เวลากับธรรมชาติของเกาะเต็มที่[3] การเทียบเกาะกระดานกับเกาะมุกในฐานะที่พักอยู่ในหน้าเกาะมุก หรือ เกาะกระดาน

เกาะเชือก เกาะแหวน และการดำน้ำตื้นในแนวปะการัง

เกาะเชือกและเกาะแหวนเป็นเกาะหินปูนขนาดเล็กในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรายงานว่าจังหวัดตรังมีแนวปะการังประมาณ 3,013 ไร่ แหล่งสำคัญได้แก่ เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะมุก และเกาะตะลิบง ส่วนใหญ่เป็นแนวปะการังน้ำตื้นลึกไม่เกิน 10 เมตร ทั้งสองเกาะจึงมักเป็นจุดดำน้ำตื้นของทริป[7][1]

แนวปะการังน้ำตื้นเป็นทั้งจุดเด่นและจุดเปราะบางของเส้นทางนี้ ระดับน้ำที่ตื้นทำให้ผู้ดำน้ำตื้นมองเห็นปะการังได้ชัดโดยไม่ต้องดำลึก แต่ก็ทำให้ครีบว่ายน้ำ ฝ่าเท้า และสมอเรือสัมผัสปะการังได้ง่าย ระเบียบของกรมอุทยานฯ จึงกำหนดให้เรือใช้ความเร็วไม่เกินสามนอตในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรจากแนวปะการังและบริเวณดำน้ำ ห้ามทิ้งสมอในแนวปะการัง และให้จอดที่ทุ่นหรือท่าที่อุทยานกำหนด[11]

ผลในทางปฏิบัติสำหรับผู้เดินทางคือ ควรลอยตัวเหนือแนวปะการังด้วยเสื้อชูชีพแทนการยืนพัก ไม่จับหรือเหยียบปะการัง และเลือกผู้ประกอบการที่ผูกเรือกับทุ่นแทนการทิ้งสมอ ผู้ที่ไม่ถนัดว่ายน้ำในทะเลเปิดควรขอเสื้อชูชีพที่พอดีตัวและให้ผู้นำทางชี้จุดที่น้ำนิ่งกว่า ข้อห้ามทั้งหมดในเขตอุทยานรวบรวมไว้ในหัวข้อข้อปฏิบัติในเขตอุทยาน

ท่าเรือออกทัวร์และระยะทางจากตัวเมืองตรัง

ท่าเรือหลักของทัวร์ทะเลตรังคือท่าเทียบเรือปากเมง อำเภอสิเกา ห่างตัวเมืองตรังประมาณ 40 กิโลเมตร และท่าเรือควนตุ้งกู อำเภอกันตัง ประมาณ 45 กิโลเมตร ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ท่าเทียบเรือปากเมงได้รับการปรับปรุงและเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 เป็นจุดให้บริการเรือทัวร์แบบเช้าไปเย็นกลับ[3][1]

ท่าเรือในทะเลตรังที่ ททท. ระบุ (ระยะทางวัดจากตัวเมืองตรัง)
ท่าเรืออำเภอระยะทางโดยประมาณข้อมูลจากแหล่งทางการ
ท่าเทียบเรือปากเมงสิเกา[3]40 กิโลเมตร[3]จุดให้บริการเรือทัวร์แบบเช้าไปเย็นกลับ เปิดอย่างเป็นทางการ 16 พฤศจิกายน 2564[1]
ท่าเรือควนตุ้งกูกันตัง[3]45 กิโลเมตร[3]ห่างจากอำเภอกันตังประมาณ 22 กิโลเมตร[1]
ท่าเทียบเรือหาดยาวแหล่งไม่ได้ระบุแหล่งไม่ได้ระบุอยู่ในรายชื่อท่าเรือทะเลตรังของ ททท.[2]
ท่าเรือปากปรนแหล่งไม่ได้ระบุแหล่งไม่ได้ระบุอยู่ในรายชื่อท่าเรือทะเลตรังของ ททท.[2]
ท่าเทียบเรือบ้านตะเสะแหล่งไม่ได้ระบุแหล่งไม่ได้ระบุอยู่ในรายชื่อท่าเรือทะเลตรังของ ททท.[2]

ผู้ที่พักในตัวเมืองต้องเผื่อเวลาเดินทางถึงท่าเรือราวหนึ่งชั่วโมงก่อนเวลาออกเรือ จึงควรถามผู้ประกอบการว่ารถรับส่งจากที่พักรวมอยู่ในราคาหรือไม่ และรถออกจากตัวเมืองกี่โมง ผู้ที่มาถึงตรังด้วยเครื่องบินในเช้าวันเดียวกันควรคำนวณเวลาให้รอบคอบ ท่าอากาศยานตรังอยู่ห่างตัวเมืองไปทางทิศใต้ประมาณ 7 กิโลเมตร[20] ขณะที่ท่าเรือทั้งสองแห่งอยู่ไกลออกไปอีกหลายสิบกิโลเมตร การเดินทางเข้าจังหวัดทุกช่องทางรวบรวมไว้ในหน้าการเดินทางไปตรัง

ผู้ที่ต้องการออกเรือรอบเช้าโดยไม่เร่งรีบ มักเลือกพักใกล้ชายฝั่งย่านหาดปากเมง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเทียบเรือ เหตุผลและข้อควรรู้ของทำเลนี้อยู่ในหน้าที่พัก ตรัง หัวข้อที่พักติดทะเลไม่ลงเกาะ

เรือหางยาวกับเรือเร็ว: เวลาเดินทางและความเหมาะสม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่าการเหมาเรือหางยาวจากท่าเรือปากเมงไปเกาะกระดานใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ส่วนเรือเร็ว (สปีดโบ๊ต) ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และแนะนำให้ออกเรือช่วงเช้าหรือช่วงสาย เพราะคลื่นลมมักยังไม่แรง ความต่างของเวลาเดินทางนี้กำหนดจำนวนจุดที่แวะได้ในหนึ่งวันและความเหมาะสมกับผู้เดินทางแต่ละกลุ่ม[3]

เรือหางยาวใช้เวลาเดินทางนานกว่า ผู้โดยสารอยู่ใกล้ผิวน้ำและได้บรรยากาศทะเลเต็มที่ เหมาะกับการเหมาลำของครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนที่ต้องการกำหนดจังหวะของวันเอง เรือเร็วใช้เวลาน้อยกว่ามาก จึงแวะได้หลายจุดในวันเดียว และมักจัดเป็นทัวร์ร่วมกับผู้โดยสารกลุ่มอื่น ทั้งสองแบบเหมาะกับผู้เดินทางคนละกลุ่ม คำถามสำคัญกว่าชนิดของเรือคือ เรือมีหลังคากันแดดและฝน มีเสื้อชูชีพครบทุกคน และมีการประกันภัยอุบัติเหตุหรือไม่

เรื่องประกันภัยมีฐานทางกฎหมายรองรับ พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 26 กำหนดให้เอกสารโฆษณาหรือชี้ชวนรายการนำเที่ยวต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยเก้าเรื่อง รวมถึง “ลักษณะและประเภทของยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง” และ “การจัดให้มีการประกันภัยสำหรับอุบัติเหตุ”[14] ผู้เดินทางจึงขอดูเอกสารรายการนำเที่ยวที่ระบุชนิดเรือและการประกันภัยได้ตั้งแต่ก่อนชำระเงิน

ผู้ที่เมาเรือง่าย ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มากับเด็กเล็ก อาจเลือกวันที่ทะเลสงบ ใช้เรือเร็วเพื่อลดเวลาบนน้ำ หรือเลือกเส้นทางบนฝั่งแทนในวันที่คลื่นแรง ทางเลือกบนฝั่งที่ไม่ต้องลงเรือเลยอยู่ในหน้าเที่ยวตรัง ไม่ลงเกาะ

ฤดูกาลและช่วงปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล

กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่าฤดูฝนของไทยเริ่มราวกลางเดือนพฤษภาคมเมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศ และภาคใต้ยังมีฝนชุกต่อถึงเดือนธันวาคม อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจึงปิดแหล่งท่องเที่ยวกลางทะเลเป็นรายปี เช่น ปี 2566 ปิดเกาะมุก เกาะกระดาน เกาะแหวน และเกาะเชือก ตั้งแต่ 1 มิถุนายนถึง 30 กันยายน[18][10]

ช่วงที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแนะนำสำหรับเกาะกระดานคือพฤศจิกายนถึงเมษายน[19] ซึ่งตรงกับช่วงที่ทะเลอันดามันสงบกว่าและเป็นฤดูท่องเที่ยวหลักของทะเลตรัง เดือนตุลาคมอยู่ระหว่างการเปิดแหล่งท่องเที่ยวหลังมรสุมกับฤดูท่องเที่ยวหลัก ในปีที่อุทยานกำหนดปิดถึง 30 กันยายน เส้นทางเกาะจะกลับมาเปิดตั้งแต่ต้นตุลาคม แต่ภาคใต้ยังมีฝนชุก วันเดินทางในช่วงนี้จึงควรมีวันสำรอง

ช่วงปิดไม่เท่ากันทุกปี เพราะเป็นอำนาจของหัวหน้าอุทยานตามระเบียบกรมอุทยานฯ ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ข้อ 8/1 ซึ่งให้หัวหน้าอุทยาน “มีอำนาจสั่งโดยออกประกาศปิดการท่องเที่ยวหรือการพักค้างแรม” ในแต่ละพื้นที่ได้ โดยต้องขอความเห็นชอบจากอธิบดีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และในกรณีจำเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุฉุกเฉินที่กระทบความปลอดภัย หัวหน้าอุทยานสั่งปิดชั่วคราวได้ทันที[11] วันที่ปิดและเปิดของแต่ละปีจึงต้องตรวจจากประกาศของปีนั้น และแผนที่ยืดหยุ่นที่สุดคือแผนที่มีวันสำรองหนึ่งวัน

ช่วงปิดตามประกาศประจำปี 2569

ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน ประจำปี พ.ศ. 2569 กำหนดให้อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมปิดเกาะเชือกและเกาะแหวน 1 มิถุนายนถึง 30 กันยายน ปิดเกาะมุกและเกาะกระดาน 1 สิงหาคมถึง 30 กันยายน และปิดถ้ำมรกต 1 ถึง 30 กันยายน 2569[21] ตามประกาศนี้ เส้นทางทัวร์ 4 เกาะเปิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 แต่หัวหน้าอุทยานยังสั่งปิดชั่วคราวได้เมื่อมีเหตุฉุกเฉิน[11] ผู้เดินทางควรสอบถามอุทยานหรือผู้ประกอบการก่อนวางมัดจำ ฝนรายเดือนและช่วงปิดของอุทยานอื่นที่เกี่ยวกับการเที่ยวตรังอยู่ในหน้าเที่ยวตรังเดือนไหนดี

ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติและองค์ประกอบของราคาทัวร์

ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมกำหนดโดยระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยค่าบริการ พ.ศ. 2564 ซึ่งจัดหาดเจ้าไหมไว้ในกลุ่มที่ 2 อัตราชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทต่อคน ราคาทัวร์ที่ประกาศจึงควรระบุชัดว่ารวมค่าเข้าอุทยานแล้วหรือไม่[9]

ค่าบริการสำหรับบุคคลของอุทยานแห่งชาติกลุ่มที่ 2 (รวมหาดเจ้าไหมและหมู่เกาะลันตา) ตามบัญชีที่ 1 ท้ายระเบียบ พ.ศ. 2564
ผู้เข้าอุทยานเด็ก (บาทต่อคน)ผู้ใหญ่ (บาทต่อคน)
ชาวไทย2040
ชาวต่างประเทศ100200

ระเบียบเดียวกันนิยาม “เด็ก” ว่าบุคคลที่มีอายุตั้งแต่สามปีถึงสิบสี่ปีบริบูรณ์ หรือมีความสูงไม่เกินหนึ่งร้อยสี่สิบเซนติเมตร นักเรียน นิสิต นักศึกษาชาวไทย และหมู่คณะทัศนศึกษาชาวไทย ชำระในอัตราเด็ก ส่วนแหล่งท่องเที่ยวที่เปราะบาง อธิบดีอาจประกาศให้ชำระค่าบริการเป็นพิเศษได้โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ[9] อัตราในตารางจึงเป็นอัตราพื้นฐาน ณ วันที่ตรวจ และอาจเปลี่ยนเมื่อมีระเบียบหรือประกาศใหม่ ฐานอำนาจของระเบียบนี้คือพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 29[13]

นอกจากค่าเข้าอุทยาน ราคาทัวร์ 4 เกาะ ตรัง ขึ้นกับองค์ประกอบอื่นอีกหลายส่วน ได้แก่ ชนิดเรือและการเหมาลำหรือร่วมกลุ่ม จำนวนจุดที่แวะ อาหารกลางวันและน้ำดื่ม อุปกรณ์ดำน้ำตื้น รถรับส่งจากตัวเมือง และการประกันภัยอุบัติเหตุ LOVETRANG.COM ไม่นำราคาของผู้ประกอบการมาลงโดยไม่ได้ตรวจกับประกาศจริงของผู้ประกอบการรายนั้นพร้อมวันที่ เพราะราคาเปลี่ยนตามฤดูกาลและจำนวนผู้โดยสาร มาตรา 26 (3) ของพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวฯ กำหนดให้เอกสารรายการนำเที่ยวระบุ “ค่าบริการและวิธีการชำระค่าบริการ”[14] การขอเอกสารนี้ก่อนจองจึงเป็นวิธีเทียบราคาที่แม่นยำที่สุด

ตรวจใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวก่อนจอง

พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 15 กำหนดให้ผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวยื่นคำขอรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และมาตรา 80 กำหนดโทษผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลขที่ใบอนุญาตจึงเป็นสิ่งแรกที่ควรตรวจก่อนจองทัวร์[14]

“ในการโฆษณาหรือชี้ชวนเกี่ยวกับรายการนำเที่ยว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจัดทำเป็นเอกสารซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และสถานที่และเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว (๒) ระยะเวลาที่ใช้ในการนำเที่ยว (๓) ค่าบริการและวิธีการชำระค่าบริการ … (๗) การจัดให้มีมัคคุเทศก์หรือผู้นำเที่ยว … (๙) การจัดให้มีการประกันภัยสำหรับอุบัติเหตุ”พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 มาตรา 26 (ยกบางอนุมาตรา ตัวบทเต็มอยู่ในเชิงอรรถ)[14]

มาตรา 23 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวแสดงใบอนุญาตไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบธุรกิจที่ระบุในใบอนุญาต[14] ส่วนเลขที่ใบอนุญาตมีรูปแบบตามประเภท กรมการท่องเที่ยวจัดประเภททั่วไปเป็นเลขขึ้นต้น 11/ ในประเทศ 12/ เฉพาะพื้นที่ 13/ และนำเที่ยวจากต่างประเทศ 14/[15] เลขที่เห็นบนหน้าเว็บหรือใบปลิวของผู้ประกอบการตรวจซ้ำได้ที่ระบบตรวจสอบใบอนุญาตบนเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยว โดยกรอกชื่อบริษัทหรือเลขที่ใบอนุญาต ระบบจะแสดงชื่อบริษัท เลขที่ใบอนุญาต และสถานะการจดทะเบียน[16]

ผู้นำทางที่ลงน้ำไปกับผู้เดินทางมีกฎหมายกำกับเช่นกัน มาตรา 49 กำหนดให้ผู้ประสงค์จะเป็นมัคคุเทศก์ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์จากนายทะเบียน และมาตรา 26 (7) กำหนดให้เอกสารรายการนำเที่ยวระบุการจัดให้มีมัคคุเทศก์หรือผู้นำเที่ยว[14] ระบบของกรมการท่องเที่ยวรวมทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ไว้ด้วยกัน[16] ผู้เดินทางที่ต้องการความมั่นใจจึงขอชื่อผู้นำทางของวันนั้นและตรวจได้ล่วงหน้า

การจองผ่านผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตช่วยให้ผู้เดินทางมีคู่สัญญาที่ตรวจสอบได้ เมื่อเกิดปัญหาเรื่องรายการนำเที่ยวที่ไม่ตรงกับเอกสาร หรือการยกเลิกเพราะคลื่นลม ผู้เดินทางมีเอกสารที่ระบุชื่อ สถานที่ และเลขที่ใบอนุญาตเป็นหลักฐานในการติดต่อ ส่วนข้อเท็จจริงทางกฎหมายในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปจากตัวบท ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะกรณี

ข้อปฏิบัติในเขตอุทยานและการรักษาแนวปะการัง

พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (2) ห้ามเก็บหา นำออกไป หรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ และระเบียบกรมอุทยานฯ ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2563 ข้อ 6 ห้ามให้อาหารสัตว์ทุกชนิดและห้ามทิ้งขยะนอกที่จัดไว้ การหยิบปะการัง เปลือกหอย หรือให้อาหารปลาระหว่างดำน้ำตื้นจึงเป็นการฝ่าฝืนกฎของอุทยาน[13][11]

ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 19 (2) มีโทษตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง จำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ[13] อัตราโทษที่สูงนี้สะท้อนว่ากฎหมายถือว่าทรัพยากรในอุทยานเป็นของส่วนรวมที่ฟื้นตัวช้า ปะการังที่หักหนึ่งกิ่งหรือเปลือกหอยที่ถูกนำออกไปหนึ่งชิ้นอาจดูเล็กน้อยสำหรับผู้เดินทางแต่ละคน แต่เมื่อรวมผู้มาเยือนตลอดฤดูกาล ผลต่อแนวปะการังน้ำตื้นของทะเลตรังจึงมีนัยสำคัญ

เรื่องที่ผู้เดินทางมักไม่ทราบคือครีมกันแดด ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2564 ห้ามนำและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ สารที่ห้ามมีสี่ชนิด คือ Oxybenzone (Benzophenone-3) · Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate) · 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC) และ Butylparaben[12] ก่อนเดินทางจึงควรอ่านฉลากส่วนประกอบ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเหล่านี้ หรือใช้เสื้อแขนยาวกันแดดแทน

  • ไม่จับ เหยียบ หรือยืนบนปะการัง และไม่นำปะการัง เปลือกหอย หรือทรายออกจากพื้นที่[13]
  • ไม่ให้อาหารปลาหรือสัตว์ทุกชนิด และนำขยะทุกชิ้นกลับขึ้นฝั่ง[11]
  • ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีสารต้องห้ามทั้งสี่ชนิด[12]
  • เลือกเรือที่ผูกกับทุ่นและชะลอความเร็วใกล้แนวปะการังและจุดดำน้ำ[11]
  • ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่อุทยาน ซึ่งเป็นหน้าที่ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20[13]

ความปลอดภัยบนเรือและรายการตรวจก่อนวันเดินทาง

กรมเจ้าท่าให้แนวทางผ่านกรมประชาสัมพันธ์ว่าเรือโดยสารต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัยเพียงพอกับจำนวนผู้โดยสาร ทั้งเสื้อชูชีพและบอร์ดชูชีพ และขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพตลอดการเดินทาง ผู้เดินทางทุกคน รวมทั้งเด็กเล็ก ควรได้รับเสื้อชูชีพขนาดพอดีตัวก่อนเรือออกจากท่า และสวมไว้จนกลับถึงฝั่ง[17]

รายการด้านล่างรวบรวมเรื่องที่ควรตรวจก่อนวันเดินทาง ทุกข้อเป็นคำถามที่ผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตตอบได้ และหลายข้อเป็นรายละเอียดที่มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้ระบุไว้ในเอกสารรายการนำเที่ยวอยู่แล้ว[14]

  • ชื่อผู้ประกอบการและเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตรวจสถานะกับระบบของกรมการท่องเที่ยวแล้ว[16]
  • ชุดเกาะของโปรแกรม จุดดำน้ำตื้น และลำดับการแวะ
  • ราคารวมค่าเข้าอุทยานแห่งชาติแล้วหรือไม่ และรวมกี่อุทยาน[9]
  • ชนิดเรือ จำนวนผู้โดยสารต่อลำ และหลังคากันแดดกันฝน
  • เสื้อชูชีพครบทุกคน รวมทั้งขนาดสำหรับเด็ก[17]
  • การประกันภัยอุบัติเหตุ และเงื่อนไขเมื่อยกเลิกเพราะคลื่นลม[14]
  • จุดนัดพบ ตำแหน่งท่าเรือพร้อมลิงก์แผนที่ และเวลารถรับจากที่พัก
  • ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ติดต่อในวันเดินทาง

สิ่งที่ควรเตรียมเองได้แก่ หมวก แว่นกันแดด เสื้อแขนยาวกันแดด ขวดน้ำที่เติมได้ ถุงกันน้ำสำหรับโทรศัพท์ และยาประจำตัว ผู้ที่เมาเรือควรปรึกษาเภสัชกรก่อนเดินทาง ในวันที่คลื่นลมแรง การเลื่อนทริปเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเสมอ และตรังมีเส้นทางบนฝั่งให้เลือกในวันนั้น

ผู้ประกอบการทัวร์เรือที่ลงประกาศกับ LOVETRANG.COM

LOVETRANG.COM เป็นแพลตฟอร์มข้อมูลจังหวัดตรัง ไม่ได้ขายทัวร์เอง ผู้ประกอบการที่ลงประกาศในหน้านี้ต้องแสดงชื่อ สถานที่ และเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และประกาศทุกรายการจะติดป้ายร้านที่ลงประกาศแยกจากเนื้อหาของกองบรรณาธิการเสมอ[14]

ร้านที่ลงประกาศ

ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีผู้ประกอบการทัวร์เรือลงประกาศในหน้านี้ ข้อมูลทุกส่วนข้างต้นเป็นเนื้อหาของกองบรรณาธิการ ไม่มีผู้ใดจ่ายค่าตอบแทนเพื่อให้ปรากฏในหน้านี้

ผู้ประกอบการทัวร์เรือ เรือเหมาลำ หรือร้านอุปกรณ์ดำน้ำในจังหวัดตรังที่ต้องการลงประกาศ ติดต่อได้ที่หน้าติดต่อ LOVETRANG.COM หรือปุ่มติดต่อที่มุมจอ ข้อมูลที่ใช้พิจารณาคือ ชื่อผู้ประกอบการ เลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ท่าเรือที่ใช้ ชุดเกาะของโปรแกรม และช่องทางติดต่อที่ผู้เดินทางใช้ได้จริง ผู้ประกอบการที่ยังไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจ ดูข้อมูลการตั้งธุรกิจได้ที่หน้าลงทุนในตรัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทัวร์ 4 เกาะ ตรัง

คำถามเจ็ดข้อนี้มาจากรูปคำที่ผู้วางแผนเที่ยวทะเลตรังค้นจริง ครอบคลุมชุดเกาะ ท่าเรือ ค่าเข้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม การเข้าถ้ำมรกต ฤดูกาล การตรวจใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และราคา คำตอบใช้ข้อมูลชุดเดียวกับเนื้อหาด้านบนและเชิงอรรถ

ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง ไปเกาะอะไรบ้าง
ชุดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอธิบายคือ เกาะมุก (ถ้ำมรกต) เกาะกระดาน เกาะเชือก และเกาะไหง ส่วนผู้ประกอบการจำนวนมากใช้เกาะแหวนแทนเกาะไหง ก่อนจองควรถามให้ชัดว่าโปรแกรมแวะเกาะใด แวะขึ้นฝั่งหรือดำน้ำตื้นที่จุดใด และเข้าถ้ำมรกตช่วงเวลาใด
ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง ออกจากท่าเรือไหน
ท่าเรือหลักคือท่าเทียบเรือปากเมง อำเภอสิเกา ห่างตัวเมืองตรังประมาณ 40 กิโลเมตร และท่าเรือควนตุ้งกู อำเภอกันตัง ประมาณ 45 กิโลเมตร ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รถรับส่งจากตัวเมืองขึ้นกับผู้ประกอบการแต่ละราย
ค่าเข้าอุทยานทัวร์ 4 เกาะ ตรัง เท่าไร
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมอยู่ในกลุ่มที่ 2 ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พ.ศ. 2564 อัตราชาวไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาทต่อคน ควรถามผู้ประกอบการว่าราคาทัวร์รวมค่าเข้าอุทยานแล้วหรือไม่
ถ้ำมรกตต้องว่ายน้ำเข้าไปไหม
ต้องลอยตัวเป็นกลุ่มจากปากถ้ำผ่านความมืดระยะทางประมาณ 80 เมตร เพราะเรือขนาดเล็กผ่านช่องถ้ำไม่ได้ ผู้เดินทางควรสวมเสื้อชูชีพตลอดเวลาและเข้าชมพร้อมผู้นำทางท้องถิ่น ด้านในเป็นโพรงใหญ่ที่มีหาดทรายขาวล้อมด้วยหน้าผา
ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง ไปเดือนไหนได้
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแนะนำช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายน ส่วนช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมปิดแหล่งท่องเที่ยวกลางทะเลเป็นรายปี ปี 2569 ปิดเกาะมุกและเกาะกระดานตั้งแต่ 1 สิงหาคมถึง 30 กันยายน และปิดถ้ำมรกตตลอดกันยายน วันปิดของแต่ละปีต้องตรวจจากประกาศของปีนั้น
ตรวจได้อย่างไรว่าบริษัททัวร์มีใบอนุญาต
เอกสารโฆษณารายการนำเที่ยวต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 นำเลขนั้นหรือชื่อบริษัทไปตรวจที่ระบบตรวจสอบใบอนุญาตบนเว็บไซต์กรมการท่องเที่ยว ระบบจะแสดงชื่อบริษัท เลขที่ใบอนุญาต และสถานะการจดทะเบียน
ทัวร์ 4 เกาะ ตรัง ราคาเท่าไร
ราคาขึ้นกับชนิดเรือ การเหมาลำหรือร่วมกลุ่ม จำนวนจุดที่แวะ อาหาร อุปกรณ์ดำน้ำ รถรับส่ง และค่าเข้าอุทยาน LOVETRANG.COM ไม่นำราคาที่ยังไม่ได้ตรวจกับประกาศของผู้ประกอบการมาลง วิธีเทียบที่แม่นยำคือขอเอกสารรายการนำเที่ยวที่ระบุค่าบริการตามมาตรา 26 ของกฎหมายธุรกิจนำเที่ยว

แหล่งข้อมูลและเชิงอรรถ

  1. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), e-Book จังหวัดตรัง (ภาษาไทย) หมวดอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ถ้ำมรกต เกาะกระดาน หาดปากเมง และท่าเทียบเรือปากเมง ยกความว่า “เส้นทางหมู่เกาะในทะเลตรัง ได้แก่ เกาะมุก (ถ้ำมรกต)-เกาะกระดาน-เกาะเชือก-เกาะไหง โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อหรือจองแพ็กเกจได้จากบริษัทนำเที่ยว” และ “การเข้าชมภายในถ้ำ จะต้องลอยตัวเป็นกลุ่มจากปากถ้ำ ผ่านความมืดระยะทาง 80 เมตร” https://api.tat.or.th/upload/live/multimedia/9015/Provincial_eBook_Trang_(Th).pdf (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  2. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, “3 Islands of Trang Sea: A Paradise for Sea Lovers” (เผยแพร่ 21 กุมภาพันธ์ 2568) ยกความว่า “Ko Muk is located within Hat Chao Mai National Park” “Ko Kradan is managed by the Hat Chao Mai National Park” และ “To enter the cave, you must float inside through a narrow opening, as small boats can’t pass through” พร้อมรายชื่อท่าเรือ ปากเมง ควนตุ้งกู หาดยาว ปากปรน และบ้านตะเสะ https://www.tourismthailand.org/Articles/3-islands-of-trang-sea-a-paradise-for-sea-lovers (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  3. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, “Backpacking to Kradan Island” (เผยแพร่ 21 กุมภาพันธ์ 2568) ยกความว่า Pak Meng Pier, Sikao District อยู่ห่างตัวเมืองตรัง “approximately 40 kilometers” และ Kuan Tung Ku Pier, Kantang District “approximately 45 kilometers” เรือหางยาวจากปากเมงถึงเกาะกระดาน “approximately 1.30 hours” เรือเร็ว “only 30 minutes” และแนะนำให้ออกเรือช่วงเช้าหรือสาย “because the waves and wind are usually not strong” https://www.tourismthailand.org/Articles/backpacking-to-kradan-island (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  4. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, หน้าจังหวัดกระบี่ หมวดเกาะลันตา ยกความว่า “visitors can have a diving trip to four islands of Trang province that are Koh Ngai, Koh Chaek, Koh Kradan and Koh Muk” https://www.tourismthailand.org/Destinations/Provinces/Ko-Lanta/357 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  5. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, คลังความรู้ “เกาะในจังหวัดตรัง” (ปรับปรุง 29 ตุลาคม 2556): จังหวัดตรังมีเกาะ 54 เกาะ พื้นที่รวม 75.312 ตารางกิโลเมตร เกาะมุก (มุกด์) ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง พื้นที่ 7.688 ตารางกิโลเมตร หน่วยงานดูแลแบ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา https://km.dmcr.go.th/c_1/s_186/d_7584 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  6. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, คลังความรู้ “เกาะในจังหวัดกระบี่” (ปรับปรุง 29 ตุลาคม 2556): เกาะไหง ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา พื้นที่ 3.635 ตารางกิโลเมตร เกาะม้า เกาะรอกใน และเกาะรอกนอก อยู่ในอำเภอเดียวกัน หน่วยงานดูแลระบุเป็นอุทยานแห่งชาติในเขตเกาะลันตา https://km.dmcr.go.th/c_1/s_186/d_7572 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  7. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ข่าวการสำรวจแนวปะการังจังหวัดตรัง (30 มิถุนายน 2564): แนวปะการังของจังหวัดตรัง “ประมาณ 3,013 ไร่” แหล่งสำคัญ เกาะเชือก เกาะแหวน เกาะมุก และเกาะตะลิบง ส่วนใหญ่เป็นแนวปะการังน้ำตื้นลึกไม่เกิน 10 เมตร https://projects.dmcr.go.th/miniprojects/174/news/257/detail/48940 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  8. THAILAND.GO.TH, “Koh Kradan, Trang Province, the Most Beautiful Beach in the World” (สร้าง 17 พฤษภาคม 2566) ยกความว่า “The World Beach Guide website has ranked the best beaches in the world in 2023 (Top 100 beaches on Earth 2023), and sitting proudly in first place is Koh Kradan, Trang Province.” https://thailand.go.th/event-detail/001_02_288 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  9. ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเรียกเก็บและการยกเว้นค่าบริการหรือค่าตอบแทน และอัตราค่าบริการหรือค่าตอบแทนในการให้บริการและการอำนวยความสะดวกในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ พ.ศ. 2564 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 301 ง วันที่ 9 ธันวาคม 2564 · ใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศ กรมอุทยานฯ แจ้งว่ามีผล 7 มิถุนายน 2565 ที่ https://news.dnp.go.th/news/17112) ข้อ 3 ““เด็ก” หมายความว่า บุคคลที่มีอายุตั้งแต่สามปีถึงสิบสี่ปีบริบูรณ์ หรือมีความสูงไม่เกินหนึ่งร้อยสี่สิบเซนติเมตร” ข้อ 7 วรรคหนึ่ง “ผู้ใดเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ … ต้องชำระค่าบริการสำหรับบุคคล ตามอัตราบัญชีที่ ๑ ท้ายระเบียบนี้” และบัญชีที่ 1 กลุ่มที่ 2 ซึ่งรวมหมู่เกาะลันตาและหาดเจ้าไหม “ชาวไทย เด็ก 20 บาท/คน ผู้ใหญ่ 40 บาท/คน ชาวต่างประเทศ เด็ก 100 บาท/คน ผู้ใหญ่ 200 บาท/คน” https://portal.dnp.go.th/DNP/FileSystem/download?uuid=7499cc88-52e1-43ee-aecd-1931ae5ca639.pdf (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  10. กรมประชาสัมพันธ์, ข่าว 30 พฤษภาคม 2566: อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมแจ้งงดการท่องเที่ยวทางทะเลเพราะ “มีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดผ่าน” และปิดแหล่งท่องเที่ยวกลางทะเล เกาะมุก เกาะกระดาน เกาะแหวน เกาะเชือก ตั้งแต่ 1 มิถุนายนถึง 30 กันยายน 2566 ส่วนชายหาดบนฝั่งเปิดตามปกติ https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/185519 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  11. ระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2563 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 2 ง วันที่ 4 มกราคม 2564) ข้อ 5 (9) “เรือทุกลำต้องใช้ความเร็วในการเดินเรือไม่เกินสามนอตในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรบริเวณใกล้ชายฝั่ง แนวปะการัง ป่าชายเลน บริเวณที่ประกอบกิจกรรมดำน้ำ หรือกิจกรรมทางน้ำ …” ข้อ 5 (11) “… ห้ามไม่ให้ทิ้งสมอในแนวปะการัง และในการเดินเรือหรือจอดเรือจะต้องห่างจากบริเวณที่มีการดำน้ำหรือบริเวณที่มีทุ่น หรือธงดำน้ำแสดงอยู่ไม่น้อยกว่าห้าสิบเมตร” ข้อ 6 “บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานแห่งชาติต้องไม่กระทำการ ดังต่อไปนี้ … (๒) ให้อาหารสัตว์ทุกชนิด … (๕) ทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย หรือสิ่งต่าง ๆ ในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น” · แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบเดียวกัน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 160 ง วันที่ 4 เมษายน 2568 https://portal.dnp.go.th/DNP/FileSystem/download?uuid=52deac72-fd92-4786-8a1e-2569592c35e7.pdf) ข้อ 8/1 “… ให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติมีอำนาจสั่งโดยออกประกาศปิดการท่องเที่ยวหรือการพักค้างแรม หรืองดการประกอบกิจกรรมใด ๆ ในแต่ละพื้นที่หรือแต่ละเขตการจัดการภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติได้ การออกประกาศดังกล่าวให้ขอความเห็นชอบจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ล่วงหน้าก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน” https://portal.dnp.go.th/DNP/FileSystem/download?uuid=513724c5-98d9-4f18-a347-2799d1e20cea.pdf (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  12. ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ห้ามนำและใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อปะการังเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ประกาศ ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2564 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 175 ง วันที่ 3 สิงหาคม 2564) สารที่ห้าม 4 ชนิด Oxybenzone (Benzophenone-3, BP-3) · Octinoxate (Ethylhexyl methoxycinnamate) · 4-Methylbenzylid Camphor (4MBC) · Butylparaben · สำเนาต้นฉบับในฐานข้อมูลกฎหมายขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAOLEX) https://faolex.fao.org/docs/pdf/tha211144.pdf (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  13. พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 (ฉบับปรับปรุงล่าสุดในฐานข้อมูลกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) มาตรา 19 “ภายในอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ … (๒) เก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียม หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” มาตรา 42 วรรคหนึ่ง ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 19 (2) “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” และมาตรา 29 วรรคสอง อัตราค่าบริการ “ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ” https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-state/#/public/doc/Q0hUY01wL3dVTHFnL2F5bXQvV0Jidz09 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  14. พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุงล่าสุด รวมการแก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2559 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565) มาตรา 15 วรรคหนึ่ง “ผู้ใดประสงค์จะประกอบธุรกิจนำเที่ยวให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากนายทะเบียน” มาตรา 23 วรรคหนึ่ง “ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวต้องแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่ระบุไว้ในใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว” มาตรา 26 “ในการโฆษณาหรือชี้ชวนเกี่ยวกับรายการนำเที่ยว ให้ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวจัดทำเป็นเอกสารซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว และสถานที่และเลขที่ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว (๒) ระยะเวลาที่ใช้ในการนำเที่ยว (๓) ค่าบริการและวิธีการชำระค่าบริการ (๔) ลักษณะและประเภทของยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง (๕) จุดหมายปลายทางและที่แวะพัก รวมทั้งสถานที่สำคัญในการนำเที่ยว (๖) ลักษณะและประเภทของที่พัก และจำนวนครั้งของอาหารที่จัดให้ (๗) การจัดให้มีมัคคุเทศก์หรือผู้นำเที่ยว (๘) จำนวนขั้นต่ำของนักท่องเที่ยวสำหรับการนำเที่ยว ในกรณีมีเงื่อนไขว่าต้องมีนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนด (๙) การจัดให้มีการประกันภัยสำหรับอุบัติเหตุ” มาตรา 49 วรรคหนึ่ง “ผู้ใดประสงค์จะเป็นมัคคุเทศก์ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์จากนายทะเบียน” และมาตรา 80 “ผู้ใดประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตรา ๑๕ … ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-state/#/public/doc/Vk1nc3IvTVpKMkFibDVuMzI5UEE0QT09 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  15. ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ, กระบวนงาน “การออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ประเภทนิติบุคคล” ของกรมการท่องเที่ยว: ใบอนุญาตประเภททั่วไป เลขขึ้นต้น 11/ ในประเทศ 12/ เฉพาะพื้นที่ 13/ และนำเที่ยวจากต่างประเทศ 14/ https://info.go.th/procedure/94e56d15-35ba-42f7-8651-189645af402c/view (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  16. กรมการท่องเที่ยว เว็บไซต์ทางการ (เมนูตรวจสอบใบอนุญาต / ตรวจสอบทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์) https://www.dot.go.th/ และคำอธิบายวิธีตรวจของกรมประชาสัมพันธ์ (30 มีนาคม 2566): กรอกชื่อบริษัทหรือเลขที่ใบอนุญาตแล้วกดค้นหา ระบบแสดงชื่อบริษัท เลขที่ใบอนุญาต และสถานะการจดทะเบียน https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/170546 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  17. กรมประชาสัมพันธ์, ข่าว 22 กุมภาพันธ์ 2566 แนวทางความปลอดภัยทางน้ำของกรมเจ้าท่า: “ให้มีอุปกรณ์ความปลอดภัยบนเรือให้เพียงพอกับจำนวนผู้โดยสารทั้งเสื้อชูชีพ บอร์ดชูชีพ” และ “ขอความร่วมมือผู้โดยสารสวมเสื้อชูชีพตลอดการเดินทาง เพื่อความปลอดภัย” https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/160717 (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  18. THAILAND.GO.TH, ข้อมูลฤดูกาลของประเทศไทย อ้างกรมอุตุนิยมวิทยา: ฤดูฝน “เริ่มตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย” และ “ภาคใต้จะยังคงมีฝนชุกต่อไปจนถึงเดือนธันวาคม” https://thailand.go.th/useful-information-detail/009_142?hl=th (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  19. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, Amazing Thailand Adventure หน้า Ko Kradan: “The best time to travel is during November to April.” https://adventure.tourismthailand.org/eng/diving/ko-kradan (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  20. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, เอกสารแถลงข่าวการบิน (eAIP) AIRAC 2026-08-06 หมวด VTST ท่าอากาศยานตรัง: “7 KM S, from city” https://aip.caat.or.th/2026-08-06-AIRAC/html/eAIP/VT-AD-2.VTST-en-GB.html (เปิดตรวจ 4 ตุลาคม 2569) ↩
  21. ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติและวนอุทยาน ประจำปี พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 7 ง วันที่ 9 มกราคม 2569 หน้า 35 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 · บัญชีแนบท้าย ลำดับที่ 57 หาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง “เกาะเชือก เกาะแหวน” ปิด “๑ มิถุนายน-๓๐ กันยายน” “เกาะมุก เกาะกระดาน” ปิด “๑ สิงหาคม-๓๐ กันยายน” “ถ้ำมรกต” ปิด “๑-๓๐ กันยายน” https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/100162.pdf (เปิดตรวจ 6 ตุลาคม 2569) ↩
วางแผนวันออกทะเล

เลือกที่พักให้สัมพันธ์กับเวลาออกเรือ

ที่พักใกล้ท่าเรือช่วยให้ออกเรือรอบเช้าได้โดยไม่เร่งรีบ ส่วนที่พักในเมืองเหมาะกับวันที่เที่ยวบนฝั่ง เปรียบเทียบทำเลและเกาะก่อนตัดสินใจได้จากสองหน้านี้